มาถึงหัวข้อนี้ คงเป็นหัวข่อที่หลายคนรอคอยใช่ไม๊คะ?

การกินอยู่ที่อเมริกาเนี่ย ถ้าไปช่วงแรกๆนี่ ทำใจไม่ได้เลยจริงๆ

น้ำขวดละ 70 งี้ (บ้านเราขาย10บาท)

แมคมื้อนึงก็แค่เกือบๆ 200 (บ้านเรา ไม่ถึง 100 ก็แทบอ้วก)

อะไรๆ ก็แพ๊ง แพง ไปซะหมด

แล้วเราจะอยุ่กันยังไง

 

อยู่กันอย่างงี้สิ....

ขอแบ่งออกเป็น 2 หมวดนะคะ

หมวดแรกเครื่องใช้

หลังจากที่ได้บอกไปแล้วว่าให้ลิสรายการของที่ขาดมา แล้วหารกันซื้อ พวกหม้อไห ตะหลิว กะทะ โดยปกติจะมีให้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกของใช้ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นที่บอกๆไปแล้ว ยังมีพวกน้ำยาล้างจาน ที่ไม่ได้เอามา ผงซักฟอก (ควรติดถุงซักผ้ามาจากเมืองไทยนะคะ) สกอตไบร์ กล่องใส่อาหาร(ควรซื้ออย่างยิ่ง เผื่อทำข้าวไปกินที่ทำงาน ใช้เก็บอาหารสดแช่ตู้เย็นยังไหว) หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ขาด เราสามารถหาได้จากร้านๆ นี้เลยค่ะ

DOLLAR TREE !!!

แค่ชื่อก็น่าจะบอกว่า ทุกอย่างแค่ เหรียญเดียวค่ะ (+Vat เข้าไปก็ประมาณ 1.7 $ แล้วแต่เมืองค่ะ)

เป็นสถานที่ที่ เข้าไปแล้วยากจะออก ขนมก็เยอะมากกกก (ซื้อกลับมาฝากเพื่อนได้เลย) แต่คุณภาพก็จะไปตามราคานะคะ รสชาติก็จะอร่อยสู้ของแพงไม่ได้ หึหึ แต่ของใช้ที่นี่คุณภาพใช้ไำด้เลยค่ะ เราสามารถหาซื้อของที่จำเป็นๆได้จากที่นี่ในราคาย่อมเยาว์ ยิ่งได้หารกันแล้ว โอ๊ยยยย ถูกอย่าบอกใครทีเดียว (อย่าพยายามตีเป็นเงินไทยเด็ดขาด) สถานที่ตั้งก็หาได้ง่ายค่ะ มีอยู่ทั่วไป ตาม outlet บางแห่งก็มีค่ะ

 

หมวดของกิน

จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ เพราะมันจำเป็น!!!!!! (จะเน้นไปไหน)

ของสดที่นู่นราคาน่าตกใจค่ะ แพ๊ง แพง (ถึงจะชินยังไงก็ยังแพงอยู่) ฉะนั้นมาเลือกกินของถูกๆ คุณภาพดีกันดีกว่าค่ะ พวกของสดเนี่ย เราเก็บได้ไม่นาน เวลาเราเอาออกมาทำก็ทำกันอย่างประหยัดๆ เสี่ยงมากที่จะเน่าเสียให้เหม็นตู้เย็น เลือกซื้อของสดแต่พอกินดีกว่าค่ะ ที่อยากจะแนะนำมีติดบ้านก็คือ

1. หมูบด ราคาราวๆ 1.5$-2.5$+ ทำกินได้เยอะ ราคาสบายกระเป๋า เก็บง่ายใช้สะดวก

2. เนื้อไก่ชิ้นๆ ราคา ราวๆ 4$++ แพงขึ้นมานิดนึง แต่ก็กันไว้เผื่อเบื่อหมูขึ้นมาซักวัน

3. ไก่ตัว ราคา 4$+ ถูกกว่าไก่แล่อีก ปริมาณก็เยอะกว่า แต่เอามากินยากถ้าแล่ไก่ทั้งตัวไม่เป็นใช้ยากด้วย

4. ไข่ มี 2แบบให้เลือก คือ สีขาว กับ สีน้ำตาล สีขาวถูกกว่า สีน้ำตาลแพงกว่า แต่ความอร่อย สีน้ำตาลชนะขาด

 5. ข้าว มีหลายชนิด ถูกๆก็เป็นข้าวบลาซิล/อาเจนติน่า(เค้าว่างั้น) คุณภาพไปตามราคา ไม่หอมไม่อร่อย หุงยาก แข็งโป๊ก แต่ราคาย่อมเยาว์ ข้าวหอมมะลิ เมค อิน ไทยแลนด์ หายาก เป็นแรไอเทมสุดๆ หายากแล้วยังจะแพงอีก อะไรกันนักหนา ทำใจราคา 10$+++ แน่นอน แต่คุณภาพ โอ๊ววว เลิศยสมกับเป็นข้าวไทยจริงๆ

6. นม แบ่งราคาตามปริมาณไขมัน ยิ่งไขมันเยอะยิ่งแพง ถูกสุดๆเลยคือไม่มีไขมันซักกะติ๊ด รสชาติเหมือนดื่มน้ำเปล่า ติดมันนิดๆ (เอาหน่ะ ถูกๆ ไม่อ้วนด้วย) 

7. ไส้กรอก มีติดบ้านไว้เป็นยอดดี ทำได้หลายอย่าง ราคาไม่แพงเท่าไหร่ รสชาติ (โคด)เค็มเป็นหลัก

8. ขนมปัง

9. คอนเฟลก เอาไว้เวลารีบๆ เทนมใส่แล้วกรอกปาก วิ่งไปเคี้ยวบนรถเมล์

นี่คือสิ่งที่ควรมีติดบ้านค่ะ เผื่อหิว เผื่ออดยาก แถมเอาไปใส่มาม่าได้ด้วยค่ะ

นอกจากนั้น เราก็ซื้อกินเฉพาะเวลาอยากๆก็พอ

ส่วนใครสงสัยว่า แนะนำแต่เนื้อ แล้วผักล่ะ ไปไหน

ขอบอกว่า ผักที่นู่นแพงมหาโหด กินอะไรไม่ค่อยจะลง เห็นคุณค่าของผักก็คราวนี้แหล่ะค่ะ

ทางเลือกของคุณคือ

ผักแช่แข็ง..พวก ถั่ว แครอท ข้าวโพด บล๊อคโคลี่ แช่แข็ง ก็จะช่วยประหยัดไปได้บ้าง(นิดหน่อย) ค่ะ ถุึงคถณค่าทางอาหารจะด้อยก็ตาม...

 

นอกจากนั้นแนะนำ

พิซซ่า 98c. ถูกจริงๆจอร์ช อร่อยด้วย ซื้อเยอะๆประดับตู้เผื่อหิวได้ดีนักแล

ไอติม!!! สารพัดยี่ห้อที่ไม่มีปัญญาจะกินในไทย เช่น เบน แอน เจอรร์รี่ /สตาร์บั๊ก/ฮาร์เกนดาส ในราคาถูกแสนถูก

 น้ำผลไม้ น้ำประหลาด ที่เกิดจากการผสมกันของผลไม้หลากหลายชนิด เลือกกินไม่ถูกเลยทีเดียวว

คอนเฟลก ทุกรูปแบบ+โคดของแถม ล่อใจสุดๆ สุดจะสรรหารสชาติประหลาด+กล่องสวยๆไว้หลอกเด็กๆ(อย่างเรา)

ชอตโกแลต เฮอร์ชี่ สตอเบอรี่ คิทแคท เอ็มแอนเอ็ม etc. กินไป 3 เดือนก็ยังไม่หมด

มาม่าอเมริกา โอ๊วว ขาดไม่ได้ อร่อยอย่าบอกใคร ถูกด้วย

 

และอื่นๆอีกมากมาย ต้องไปดูกันเอง

ทั้งหมดนี้ หาได้จากที่นี่เท่านั้น..

ภาพจาก   hoperadio.blogspot.com/2007/10/walmart.html 

หรือ

 

ภาพจาก www.answers.com/topic/target-corporation

 

ณ สาขาใกล้บ้านท่าน... อ่อ ส่วนใหญ่ dollar tree ก็อยู่รวมๆกับ walmart ค่ะ 

แถมอีกนิด ของถูกๆส่วนใหญ่จะเป็นของที่ทางห้างทำขายขึ้นมาเองค่ะ เช่น ยี่ห้อ great value เป็นต้น (ก็คล้ายๆกับยยี่ห้อ number1 ของคาร์ฟูลน่ะแหล่ะ)  

 

แล้วที่พิมพ์ๆมานี่ มันประหยัดตรงไหนหว่า?

เจอกัน EP.4ค่า 

EP.2 เมื่อถึงที่หมาย

posted on 28 Nov 2007 23:18 by iimmyy

ขอโทษที่หายไปนานค่ะ

ว่ากันต่อ หลังจากที่เราจากพ่อแม่มาแล้วนั้น

เรื่องราวบนเครื่องก็ไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่างเป็นไปตามstepค่ะ เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา

หรือใครจะมีปัญหา สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ

 

"วิ่งไปที่เคาร์เตอร์สายการบินนั้นๆ"

แล้วเล่าปัญหาทั้งหมด ถ้าเค้าจะไม่รับผิดชอบต่อปัญหาของเรา

เช่น การตกเครื่อง หรืออะไรก็แล้วแต่

 

อย่ายอมแพ้นะคะ เถียงเข้าไป สู้ให้ถึงที่สุด

 

สุดท้ายขอให้โชคดีไม่มีปัญหาทุกคนค่ะ

ว่าต่อ..

เมื่อถึงเมืองที่เราจะไปอยู่ โดยปกติจะมีคนมารับค่ะ

เราก็ขนของแล้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถรออย่างสบายใจ

ระหว่างทางที่เค้าจะพาไปส่งที่พัก อย่ามัวแต่ตื่นเต้นนะคะ

สังเกตสิ่งรอบตัวเราด้วย

เช่น

1. ชื่อถนน (จำว่าถนนนี้ชื่ออะไร ให้กับอะไร เช่น แม๊ค หรือ อะไรก็ได้ที่คิดว่าเป็นจุดสังเกต)

2. ห้าง+ร้านขายของ (จะได้ออกมาช๊อปถูก)

 เมื่อไปถึงบ้านพักก็จัดการเก็บข้าวเก็บของเข้าที่นะคะ

 

โดยปกติเมื่อไปถึงแล้วจะมีเวลาให้เราพักซัก 1-2 วันก่อนการทำงาน

เราอาศัยระยะเวลาช่วงนี้มาสำรวจบริเวณบ้านและสถานที่ใกล้เคียงกันเถอะค่ะ

เริ่มจาก

การเดินรอบๆบ้านที่อยู่ สำรวจไปเรื่อยๆทางนี้ไปทางไหนได้มั่ง ถนนนี้ชื่ออะไร ใกล้กับถนนอะไรและมีรถเมล์สายอะไรผ่าน เส้นทางการเดินรถ (ฝั่งไหนขาเข้า ฝั่งไหนขาออก) จากนั้นก็เริ่มสังเกตร้านค้าใกล้เคียง เพื่อความสะดวก ระยะทางจากบ้านสู่ที่ทำงาน อันนี้เอาแบบคร่าวๆพอที่จะออกไปไหนแล้วสามารถกลับถูกนะคะ

เมื่อเดินสำรวจจนหนำใจแล้วทีนี้เราก็สำรวจกันไกลขึ้นอีกหน่อยดีไม๊?

นั่นหมายถึง การขึ้นรถเมล์นี่เอง...

การขึ้นรถเมล์ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ โดยทั่วไปบนรถเมล์จะมี "ตารางเดินรถ" ของสายรถหลายสายอยู่ ให้หยิบมาให้หมดทุกสายที่เจอเลยค่ะ จะช่วยเราได้มากในการเดินทางไปที่ต่างๆ เพราะการเดินรถของที่นี่จะค่อนข้างตรงเวลามากๆ (+/- 5นาที) เราสามารถที่จะกะเวลาการเดินทางได้อย่างง่ายๆเลยค่ะ และที่สำคัญในตารางเดินรถเนี่ยแหล่ะ จะมี "แผนที่เดินรถ" อยู่ค่ะ เมื่อเราเอาของหลายๆสายมารวมกัน ก็จะมองเห็นภาพโดยรวมของเมืองที่เราอยู่ได้เลยนะคะ โอ๊ววว เยี่ยมมากเลย...ซาร่า

เมื่อเราได้ตารางการเดินรถมาแล้วให้มองหาสายที่ผ่านหน้าบ้าน หรือบริเวณใกล้เคียงบ้านเราให้มากที่สุดค่ะ วงไว้เลย แล้วค่อยขยายอาณาเขตการจดจำชื่อถนนออกไปเรื่อยๆ จากนั้นเราก็มาดูว่าสายอะไรบ้างที่เดินรถเส้นทางเดียวกัน หรือคล้ายกันค่ะ เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางต่อไป การนั่งรถเมล์นี่ช่วยได้มากค่ะ เวลานั่งรถเมล์ครั้งแรกก็นั่งไปให้ไกลพอประมาณนะคะ เดี๋ยวกลับไม่ถูก นั่งแล้วก็ไล่ชื่อถนนที่ผ่านไปเรื่อยๆค่ะ แล้วจดเอาไว้ว่า ถนนเส้นนี้มีอะไรบ้าง ขาไปลงฝั่งไหน แล้วขากลับจะต้องขึ้นรถฝั่งไหน แรกๆจะยากหน่อยค่ะ แต่อยู่ไปไม่เกิน 3 วันจะคล่องตัวขึ้น

 

อย่าลืมนะคะว่าเราต้องสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา

 นอกเหนือจากการสำรวจรอบบ้าน หรือสำรวจเมืองแล้ว อย่าลืมสำรวจบ้านนะคะ

อันดับแรกเมื่อเข้าไปในบ้านของเราปุ๊ป ให้ถ่ายรูปบ้านของเราเอาทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ เผื่อว่ามีอะไรที่แตกหักเสียหายมาก่อนหน้าที่เราจะเข้ามาอยู่ จะได้ยืนยันเป็นหลักฐานได้ไงคะ (ส่งรูปไปอวดแม่ยังได้เลย) จากนั้นมาสำรวจกันค่ะว่าเรายังขาดอะไรที่จำเป็นอยู่ไม๊ เช่น ข้าว ผงซักฟอก หม้อ ไห กะทะ (ถ้าไม่มี) ของข้าวเครื่องใช้ที่เป็นส่วนกลางทั้งหลาย ลิสรายชื่อ แล้วก็หารกันกับเพื่อนๆในบ้าน เพื่อซื้อใช้ค่ะ นอกจากนี้อาจจะมีการทำข้อตกลงภายในบ้าน เช่น การบอกตารางการทำงานของแต่ละคนให้ทุกคนรู้ เพื่อความสะดวกเวลากลับบ้านค่ะ หากว่าแต่ละคนในบ้านมีเวลาการทำงานที่ไม่ตรงกัน เรจะได้ว่า ใครกลับบ้านเวลาไหนบ้าง เราจะกลับบ้านกับใครได้บ้าง ทั้งนี้เราจะได้มีเพื่อนกลับบ้านด้วยกันไงคะ ความปลอดภัยของเรา(และเพื่อน)ล้วนๆ

ต่อจากนี้ไปก็เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในบ้านค่ะ

การปรับตัวเข้าหากันเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ เพราะเราก็ต่างมาจากต่างที่กัน อาจจะมีบางนิสัยก็เข้ากันไม่ได้ แต่อย่าลืมว่าเราต้องอยู่ด้วยกันอีกตั้งเท่าไหร่ ฉะนั้นมีอะไรก็ยอมๆกันไปเถอะค่ะ หรือถ้ายอมไม่ได้จริงๆ ก็เปิดอกพูดกันไปเลย เรื่องนี้สำคัญมากๆเลยนะคะ อย่าลืมๆ

 

ขอให้มีความสุขค่ะ

เจอกัน EP.3 นะคะ

EP.1 การจัดกระเป๋า

posted on 25 Nov 2007 00:22 by iimmyy

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่า ไม่ใช่พวก guru ด้าน WAT

แต่ที่สร้าง blog นี้ขึ้นมา ก็เพื่อเล่าประสบการณ์

และแนวทางการใช้ชีวิตคร่าวๆ

เผื่อคนที่จะไป (หรือผู้ปกครอง) เพื่อศึกษาเบื้องต้นค่ะ

ขอบคุณค่ะ

----------------------------------------------------------------------------------------

เริ่มเลยดีกว่า

 EP1. การจัดกระเป๋า

การจัดกระเป๋าเดินทางสำคัญมากนะคะ เพราะว่าเราเดินทางกันไกลและยาวนาน(เหรอ?)

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงเป็นห่วงคุณลูกๆในเรื่องนี้มากมาย กลัวลูกจะอยู่อย่างลำบาก

 

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ

ไปอยู่ที่นู่นอะไรมันจะขาด อะไรมันจะเกินก็รู้เอง จัดไปเนี่ยบางทีก็หนักเปล่าๆ

 

สิ่งแรกที่เราจะต้องรู้ก่อนเลยคือ สภาพเมืองที่เราจะไปอยู่ค่ะ

ศึกษาไปเล๊ย อากาศ จะหนาวหรือร้อน ฝนหรือพายุ

จะได้เตรียมเสื้อผ้าให้ถูกสภาพแวดล้อมยังไงคะ

เสื้อผ้าที่ควรเตรียมไป

1. เสื้อกันหนาว

เอาไปเถอะค่ะ ยังไงก็ต้องใช้ เอาแบบธรรมดาๆบ้านเรานี่แหล่ะ กันแดดกันฝน กันหนาวได้นิดหน่อย เดี๋ยวไปอยู่นู่น สวยๆถูกๆเยอะแยะไป หาใหม่ก็ได้ค่ะ (ยกเว้นเมืองใครหิมะตกก็ตัวใครตัวมันนะ)

2. เสื้อshirt สุภาพๆ

เตรียมไปทำไม? เตรียมไว้เวลาเราอบรมช่วงแรกค่ะ ครั้นจะใส่เสื้อยืดไป ก็ไม่สุภาพเท่าไหร่ เราควรเคารพสถานที่ค่ะ ถึงแม้จะอยู่ต่างแดนก็ตาม

3. กางเกงแสล๊ก

ก็ใส่กับเสื้อshirt ล่ะค่ะ สุภาพเข้าว่า อดทนยอมเป็นยัยเชยซักอาทิตย์แรกที่ไปถึงเท่านั้นเอ๊งงง

4. เสื้อยืด

จะเก่าจะใหม่จะใส่นอน เอาไปเลยซัก 4-5 ตัว ไม่ต้องเกินนี้นะคะ เอาแบบที่ทิ้งไปก็ไม่เสียดายด้วยนะ (คงรู้ใช่ไม๊ว่าเพราะอะไร)

5. กางเกงยีนส์

เป็นเครื่องนุ่งห่มที่คลาสสิก ใส่กับอะไรก็ได้ แถมยิ่งเน่ายิ่งดี เหมาะมากๆ สำหรับการดองเอาไว้ ไม่ยอมซัก

6. เสื้อใน /กกน.

แล้วแต่วิจารณญาน ของผู้สวมใส่นะคะ ใครใคร่ใส่หน้าเอหน้าบี ก็เอาไปน้อยๆ ไม่ว่ากัน ไม่มีใครรู้หรอก หุหุ

นอกจากนั้น ก็มี..

- รองเท้าผ้าใบซักคู่ เอาเป็นรองเท้าคู่ใจที่ทนทานได้ยามเที่ยวและทิ้งได้ยามเบื่อ (พวกบั๊ดดี้ กังฟู นี่ ใช่เล๊ยย)

- 'แตะ ขอ'แตะ แบบมีสกุลนิดนึง เพื่อความทนทาน ถึงแม้ช้างดาวจะกำลังอินมากที่อเมริกาก็ตาม (พวก'แตะวิ๊งๆ แว๊บๆ กุ๊งกิ๊งๆ นี่ไม่ต้องเอาไปเลยนะ ไปพังที่นู่นเปล่าๆ)

- ถุงเท้า ใครว่าอากาศหนาวแล้วเท้าไม่เหม็น ไม่จริงเลยทีเดียว เพื่อสุขภาพอนามัยของตัวเองและผู้อื่นนะคะ

นี่คือเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็นค่ะ สังเกตุว่าจะเน้น "ทิ้งได้" ตลอด เพราะมันเกี่ยวกับขากลับค่ะ

ส่วนอย่างอื่นใครจะเอาไปก็เอาไปเถอะค่ะ พวก ขาสั้น ต่างหู แว่นกันแดด จุ๊กจิ๊กๆๆๆๆ เชิญเลย..(หนักอย่าบ่นนะ)

"อย่าลืมนะคะว่า...เราใส่เครื่องแบบ 5 วัน ใส่มากกว่า เสื้อที่เราเตรียมไปซะอีก" 

สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างอื่น

ถุงนอน ข้อดีของมันก็คือ ปูนอนได้ ห่มได้ยามหนาว ปูรองเล่นไพ่ได้สะดวกสบาย ที่สำคัญ กันกระแทกในกระเป๋าได้ด้วย โอ๊ววว วิเศษจริงๆจอร์ชชชชช  (เอาผ้าปู+ปลอกหมอนไปด้วยก็ดี)

ของกิน มาม่าเพื่อนยาก เตรียมไปพอประมาณ 20 ห่อก็เหลือแหล่ จริงๆมาม่าที่นู่นก็มีถูกกว่าด้วย และ อร่อยกว่าด้วย...ควรเตรียมอย่างอื่นมากกว่า เช่น น้ำพริก เครื่องแกง น้ำปลา ทาคุมิ รสดี ซอสหอยนางรม ของแห้งต่างๆ กะว่าที่นุ่นไม่มีขายชัวร์ๆ อย่าบ้าจี้แบกข้าวไปนะ มีขายค่า

ของใช้ส่วนตัว สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พวกนี้เอาไปพอดีๆค่ะ เผื่อเราอยากลองยี่ห้อใหม่ๆ หรูๆ เก๋ๆ ก็ยังสามารถไหวตัวทัน (แต่สำหรับใครที่แพ้ง่ายๆ ก็เอาไปเถ๊อะ ค่าหมอมันแพงค่า)  ครีมทาผิว ยาทาสิว นี่ใครอยากลองของดี เช่น วิเตอเรีย ซีเข็ด (?) หรือ บ๊าท แอน บอดี้ ก็ไม่ต้องแบกไปให้มันหนักค่ะ ผงซักฟอก เอาไปซองเล็กๆพอ ไม่ต้องเอาถึงกิโลนะ เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่เป็น "ฝาบน" ค่ะ (คุณสาวๆ เอาแบบซักมือถุงเล็กๆติดไปด้วยนะคะ) น้ำยาล้างจานก็ไม่ต้อง ที่นู่นมีร้าน 1 ดอลลาห์ สามารถหาผงซักฟอกได้ค่ะ เรียกว่า ของใช้ทั่วไป ไม่ต้องแบกไปเลยค่ะ หนักเปล่าๆ

*นิดนึง คุณสาวๆ เตรียมลอริเอะ(หรืออะไรก็ได้) ไปเยอะหน่อยนะคะ ที่นู่นมีแต่แบบสอดค่ะ คุณหนุ่มๆ ไม่ต้องเอาไปนะคะ ไม่ได้ไปเขาชนไก่ จะได้เอาไว้รองในรองเท้าอีกที ฮ่วย

 talking dic เอาไป.....ทำไมคะ ติดไว้มันก็ดี แต่จริงๆก็ไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แล้วแต่เลยค่ะ ถ้าอยากได้ภาษามากๆ ก็ด้นสดไปเลย

หนังกะติ๊ก ที่เปิดขวด ไม้แขวนเสื้อ ที่หนีบผ้า เอาไปด้วยนะคะ

 น้องหมีน้อย รูปพ่อคุณแม่คุณ เก็บไว้ที่บ้านก็ได้ค่า (หรือขาดไม่ได้ขาดใจก็เอามา)

 

นอกเหนือจากนี้ก็ตามใจผู้แบกเลยค่า เพราะแค่นี้ก็หนักจะแย่แล้ว

ส่วนกระเป๋าที่เอาขึ้นเครื่องได้ ก็ให้ใส่อุปกรณ์ อิเทกโทรนิคต่างๆ เช่น กล้อง ที่ชาร์ต มือถือ แลปทอป ไอพอต etc. และที่สำคัญ ติดพวกแปรงสีฟัน ยาสีฟันเล็กๆ  โฟมล้างหน้า ผ้าเช็ดหน้า เครื่องสำอางค์นิดหน่อย (พวกแป้งเด็ก หรือ บรัช) ไปด้วยนะคะ เดินทางนาน กลัวจะเน่าคาเครื่องซะก่อน อ่อ ใส่เสื้อกันหนาวขึ้นเครื่องไปเลยค่า

 

ขาดตกอะไรไป ก็ขอโทษนะคะ เจอกันใหม่ EP.2 ค่า